« ปัญหาต่างๆที่พบได้บ่อย »

ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับระบบงานสีรถยนต์

ปัญหาสีย่น สีแตกลายงา
สีย่น หรือสีแตกลายงา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ได้จากหลายสาเหตุ สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอู่มาตรฐาน หรืออู่ข้างทาง เพราะขึ้นอยู่กับฝีมือ ความสามารถและ ประสบการณ์ของช่างพ่นสี บางครั้งเกิดขึ้นได้ ในขั้นตอนการทำงาน บางครั้งเกิดขึ้นหลังจาก ส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าไปแล้ว นานหลายเดือนก็มี สามารถแยกสาเหตุใหญ่ๆได้ดังนี้

1. เกิดจากช่างพ่นสีทิ้งช่วงระยะเวลาระหว่างพ่นน้อยเกินไป เนื่องจากพ่นสีหนาเกินไป ทำให้สีที่พ่นในเที่ยวแรก ยังแห้งตัวไม่สนิท แห้งไม่ทัน เมื่อพ่นทับในเที่ยวต่อไป ก็จะเกิดอาการย่นขึ้นมา สามารถแก้ไขได้โดยการลอกสีทิ้งแล้วพ่นใหม่
2. เกิดจากการโป๊วพลาสติค ที่มีความชื้นมากเกินไป เมื่อพ่นสีทับหน้าลงไป เกิดการระเหยตัวของความชื้นด้านใต้ ดันสีจนย่นหรือพองตัวขึ้นมา แก้ไขได้โดยลอกสีทิ้งถึงชั้นสีโป๊วพลาสติคแล้ว เริ่มขั้นตอนการทำงานใหม่
3. เกิด จากสีที่ใช้พ่นต่างชนิดกันกับ สีเดิมที่ใช้พ่นมา เช่นใช้สีแห้งเร็วพ่นทับสีแห้งช้า ก็เกิดปฏิกริยาเคมีทำให้เกิดสีย่นได้เช่นกัน ทางแก้ไขก็คือลอกทิ้ง พ่นใหม่
4. เกิด จากทินเนอร์ หรือ แลคเกอร์ หรือสารเคมีอื่นที่ใช้ เสื่อมคุณภาพ ก็ทำให้เกิดอาการสีย่นได้เช่นเดียวกัน ทางแก้ไขคือลอกทิ้งแล้วพ่นใหม่
5. อาการ แตกลายงา เกิดจากสีโป๊วเก็บรอย ที่ช่างเรียกกันว่า สีโป๊วแดง หนามากเกินไปเมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดอาการแตกร้าว ทางแก้ไขก็คือ ลอกทิ้งสถานเดียว

กรณีที่ 1 - 4 มักเกิดขึ้นในขณะทำการซ่อม ส่วนกรณีที่ 5 มักเกิดหลังจากส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าไปแล้วนานหลายเดือน บางรายเป็นปีก็มี การลอกทิ้งเพื่อทำการแก้ไข บางกรณี อาจต้องขูดทิ้งถึงเนื้อเหล็กทำความสะอาดชิ้นงานใหม่ทั้งหมด ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้เกิดจากช่างพ่นสี ที่ต้องมีความรอบคอบ มีประสบการณ์ พิถีพิถันพอสมควร ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายอย่างนี้

ปัญหาเรื่องสีกันชนกับตัวถังไม่เท่ากัน

สำหรับเรื่องสีกันชนกับตัวถังไม่เท่ากันนั้น... เป็นเรื่องปกติ เพราะกันชนนั้นเป็นไฟเบอร์ หรือพลาสติก การดูดซับสีจะต่างจากเนื้อตัวถังที่เป็นเหล็กจึงไม่น่าแปลกใจครับ

ใช้น้ำบาดาลล้างรถได้หรือไม่ ?

สำหรับน้ำบาดาลนั้นไม่แนะนำให้ใช้ล้างรถ เพราะน้ำบาดาล จะมีส่วนผสมของแร่ธาตุหลักๆ 2 ตัว คือ แคลเซียมคาร์บอเนต กับอลูมิเนียม
ซึ่งจะมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ ซึ่งแน่นอนว่า อาจจะมีผลต่อสีรถรถได้ น้ำบาดาล หรือที่เรียกกันว่าน้ำกระด้าง จะทำปฏิกริยากับสบู่ หรือแชมพู ทำให้ไม่เกิดฟอง ล้างออกยาก และจะทำให้เกิดคราบขาวๆ ดังนั้น หากจำเป็นต้องใช้น้ำบาดาลล้างรถจริงๆ ต้องรีบเช็ดให้แห้ง ไม่งั้นโดนคราบหินปูนเกาะสี เกาะกระจก ซึ่งคราบพวกนี้ขัดออกยาก หรือขัดไม่ออกถ้ามันติดนานครับ

วิธีการดูแลรักษารถที่เป็นสีดำ

1. ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นทุกชนิด
ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นทุกชนิด ปัดฝุ่นเพื่อทำความสะอาดรถ
เพราะขณะที่ปัดฝุ่น ไม้ปัดฝุ่นจะลากถูขี้ฝุ่น เม็ดทราย ไปตามสีผิวรถ ทำให้เกิดริ้วรอย เหมือนกระดาษทรายเช็ดรถแหละครับ
2. ห้ามใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรถแทนการล้างรถ
เพราะจะเป็นการทำลายสภาพสี โดยรอยขนแมวจะเกิดขึ้นจากผงฝุ่นต่างๆ ที่ติดบนผ้า ยิ่งเช็ดรถมากครั้งขึ้นการเกิดรอยก็ย่อมมากขึ้นตามปริมาณการเช็ด ควรล้างรถอย่างเดียว
3. หลีกเลี่ยงการล้างรถตามปั๊ม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องล้างรถอัตโนมัติ
4. ควรใช้ผ้านุ่มๆ ในการเช็ดรถ
ถ้าสามารถใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มได้ ที่จะมากเลยครับ
และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ควรใช้ผ้าชามัวร์ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์
และอย่าออกแรงเช็ด/ถูมากนะครับ
5. เคลือบสีรถบ่อยๆ ครับ บ่อยกว่ารถสีอ่อน
เพราะการเคลือบสี เปรียบเสมือนการสร้างแผ่นฟิลม์ขึ้นมาป้องกันชั้นแลคเกอร์+ชั้นสีของรถ
นอกจากจะมีส่วนทำให้รถมีความเงางามมากขึ้นแล้ว การเคลือบสียังมีส่วนช่วยในการปกป้องสีรถ ไม่ให้หมอง เก่า ด้าน สีแตกก่อนเวลาอันควร อีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันรอยขีดข่วน รอยขนแมว และความร้อนจากห้องเครื่องและแสงแดด ที่สามารถทำลายสีรถ ตลอดจน ปกป้องคราบสกปรกต่างๆ ที่เกิดจากมูลนก ยางไม้ น้ำค้าง ยางมะตอยได้ครับ

 

ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์

 

 

 

เมื่อบิดลูกกุญแจไปยังตำแหน่งสตาร์ท แต่เครื่องยนต์ไม่หมุน อีกทั้งหลอดไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน

สาเหตุที่เป็นไปได้
วิธีการแก้ไข
ขั้วแบตเตอรี่หลวม เป็นสนิม หรือสกปรกทำให้กระแสไฟไหลเข้าไม่ได้
ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ ทาขั้วด้วยจาระบี ขันสกรูยึดให้แน่น ตรวจสายดินให้ต่อกับตัวถังรถอย่างถูกต้อง

แบตเตอรี่หมด

ชาร์จแบตเตอรี่ใหม่ หรือใช้สายพ่วงกับแบตเตอรี่รถคันอื่นแล้วสตาร์ทเครื่อง หรือถ้าแบตเตอรี่ยังใหม่อยู่ ควรให้อู่ซ่อมรถเช็คระบบไฟชาร์จให้

เมื่อบิดลูกกุญแจไปยังตำแหน่งสตาร์ท แต่เครื่องยนต์ไม่หมุน ส่วนหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ควบคุมด้วยลูกกุญแจยังทำงานได้

สาเหตุที่เป็นไปได้
วิธีการแก้ไข
สวิตช์จุดระเบิดเสีย
ลองขยับกุญแจบิดหลายๆครั้ง ถ้ามีผลตอบสนองบางจังหวะ ให้ตรวจที่ตัวสวิตช์ และเปลี่ยนใหม่ถ้าจำเป็น
ฟิวส์จุดระเบิดขาด
เช็คดูฟิวส์จุดระเบิด

เมื่อบิดลูกกุญแจสตาร์ทไปยังตำแหน่งสตาร์ท แต่เครื่องยนต์ไม่หมุน และในขณะสตาร์ท ได้เปิดสวิตช์ไฟใหญ่หน้ารถไว้ด้วย แต่ได้ยินเสียงดังกริ๊ก และไฟใหญ่หน้ารถหรี่ลง

สาเหตุที่เป็นไปได้
วิธีการแก้ไข
ขั้วแบตเตอรี่หลวม เป็นสนิมหรือสกปรก
ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ ทาขั้วด้วยจาระบี ขันสกรูยึดให้แน่น ตรวจสายดินให้ต่อกับตัวถังรถอย่างถูกต้อง
เฟืองของมอเตอร์สตาร์ทขัดกับเฟืองบนล้อช่วยแรง หรือขบกันไม่ถูกต้องเนื่องจากฟันบิ่น
ใส่เกียร์สูง ผ่อนเบรคมือ และเขย่ารถเบาๆไปมา หรือหมุนก้านเพลาของมอเตอร์สตาร์ทด้วยประแจ หรือกระแทกปลายเพลาเบาๆด้วยค้อนยาง
ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ยึดฝืดติดกัน
ใส่เกียร์ว่างถอดหัวเทียนออกใช้ประแจหมุนเพลาข้อเหวี่ยงของมู่เล่ ถ้ายังไม่หายให้เรียกช่างผู้ชำนาญมาแก้ไข
แบตเตอรี่ไฟอ่อน
ชาร์จไฟแบตเตอรี่ใหม่

หลังจากเครื่องยนต์ทำงานอยู่สักระยะหนึ่ง แล้วบิดลูกกุญแจเพื่อดับเครื่องยนต์ แต่ปรากฎว่าเครื่องยนต์ยังติดต่อไปอีกชั่วครู่ แล้วจึงค่อยดับ

สาเหตุที่เป็นไปได้
วิธีการแก้ไข

เครื่องยนต์ร้อนเกินไป ทำให้ผิวโลหะในห้องเผาไหม้ร้อนจนจุดเชื้อเพลิง ให้ระเบิดได้เอง

ตรวจสอบที่ระบบหล่อเย็น
ตั้งไทม์มิ่งจุดระเบิดไม่เหมาะสม
ตรวจและปรับไทม์มิ่งจุดระเบิดให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิตในคู่มือประจำรถ
ตั้งรอบเดินเบาสูงเกินไป
ตั้งรอบเดินเบาใหม่ให้เหมาะสม ตามคำแนะนำของหนังสือคู่มือ
ตั้งส่วนผสมเดินเบาไม่เหมาะสม
ขอคำแนะนำจากอู่ซ่อมรถหรือศูนย์จำหน่ายรถ

อากาศรั่วเข้าท่อไอดี ทำให้ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศไม่ถูกต้อง

ตรวจหารอยแตกร้าว รอยรั่วของท่อไอดี ฟังเสียงลมรั่วตามข้อต่อระหว่างท่อไอดี คาร์บูเรเตอร์และฝาสูบ ถ้ามีเสียงลมรั่วแสดงว่าปะเก็นรั่ว ต้องเปลี่ยนปะเก็นใหม่ ตรวจสลักเกลียวยึดท่อไอดี แล้วขันให้แน่น ตรวจสภาพของท่อสุญญากาศของหม้อลมเบรก รวมทั้งท่อระบายอากาศจากห้องเครื่องที่ติดกับท่อไอดี

หัวเทียนร้อนเกินไป
ตรวจดูว่าใช้หัวเทียนถูกต้องตามกำหนดในคู่มือรถหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้อง เปลี่ยนหัวเทียนใหม่ให้ได้ตามกำหนด
มีเขม่าเกาะในห้องเผาไหม้มาก
ถ้าตรวจส่วนอื่นๆ แล้วปกติอาการบกพร่องอาจเกิดจากมีเขม่าในห้องเผาไหม้มากเกินไป ถ้าจะทำความสะอาด ก็ต้องถอดฝาสูบออก งานนี้ควรขอคำแนะนำจากอู่ซ่อมรถ

 

           และนี่คือปัญหาและวิธีการแก้ไขเบื้องต้นสำหรับปัญหาที่ผู้ใช้รถมักจะประสบอยู่บ่อยครั้ง หากท่านไม่แน่ใจในปัญหาที่ท่านพบ ท่านสามารถนำรถของท่านมาตรวจเช็คที่ อู่ ต.เจริญยนต์ ของเราได้ครับ และสำหรับช่องทางการติดต่อสอบถาม ท่านสามารถดูได้ที่หน้า ติดต่อเรา