« ประเภทของสีและขั้นตอนที่ใช้พ่นรถยนต์ »

อู่ ต.เจริญยนต์ (ลำพูน) ใช้ระบบสี Glasurit (สีตรานกแก้ว) 2K 55 ไลน์เต็มระบบ

      เป็นสีพ่นรถยนต์ 2K HS (High Solid) เนื้อมากและละเอียด นำเข้าจากประเทศเยอรมันด้วยเทคโนโลยีและวิวัฒนาการของสีพ่นรถยนต์ที่ได้ พัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา โดยระบบสีที่ มีคุณภาพและได้มาตรฐานซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้คุณภาพงานดูเงางามและ มีประสิทธิภาพคงทนต่อสภาวะต่าง ๆ นอกจากนี้สี Glasurit ยังได้รับการยอมรับจากโรงงานประกอบรถยนต์และอู่ซ่อมสีตัวถังทั่วโลก ได้รับการยืนยันมาตรฐานคุณภาพและรับรองการใช้ผลิตภัณฑ์มานานกว่า 60 ปี จากค่ายรถใหญ่ ๆ ต่าง ๆ ได้แก่ Daimler - Benz, BMW , Audi, Alfa-Romeo, Jaguar, Ferrari, Fiat, Ford, GM/Opel, Isuzu, Lancia, Mazda, Mitsubishi, Nissan, Porsche, Rolls Royce, Saab, Subaru, Toyata, Volkswagen, Volvo, ฯลฯ


ทำไมถึงได้ยินคำว่า สี 2K และมันคืออะไร ? สีระบบ 2K หรือสีแห้งช้า

      เป็นสีที่มีคุณภาพซึ่งเทียบเท่ากับสีที่ใช้ผลิตตรงออกมาจากโรงงานประกอบ รถยนต์ตั้งแต่แรก เนื่องจากสีรถยนต์ที่ถูกพ่นมาจากโรงงานอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ จะยังคงไม่ถูกประกอบเข้าด้วยกัน เพราะแผ่นเหล็กต่าง ๆ จะถูกนำเอาไปพ่นสีและอบในอุณหภูมิที่สูง 180 - 250 C ก่อนที่จะนำมาประกอบเป็นคันรถมิฉะนั้นชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติก เบาะ สายไฟคอนโซล ฯลฯ ในรถอาจจะหลอมละลายได้ และด้วยเหตุนี้เองเทคโนโลยีของสี 2K จึงทำหน้าที่และมีคุณภาพความคงทนเงางามเทียบเท่ากับสีโรงงานในการซ่อมสีที่ เกิดจากอุบัติเหตุต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องถอดชิ้นส่วนออกจากรถของคุณ ส่วนคำว่า 2K หมายถึง Two Koponente ในภาษาเยอรมัน หรือ ดัชช์ ซึ่งในภาษาอังกฤษเขียนเป็น Two Component ความหมายของคำว่า ระบบสี 2K นั้น หมายถึง สีที่จะต้องมีวัสดุ 2 องค์ประกอบมารวมตัวกันเพื่อปฏิกิริยาทางเคมีทำให้สีแข็งตัว (Curing) เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีก่อให้เกิดการเกาะตัวที่แน่นขึ้น / จับตัวทางโมเลกุลเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรไม่สามารถย้อนขั้นตอนกลับสู่ สภาพเดิมได้จากปฏิกิริยาทางเคมีดังกล่าวแล้วนี้ ทำให้ระบบสี 2K มีคุณภาพเด่นในเรื่องความเงางาม ความคงทนในการใช้งานเพราะทนต่อสภาวะการ ขัดถู รอยข่วน สารเคมีมลภาวะต่าง ๆ ซึ่งรถยนต์ทั่วไปต้องประสบอยู่เป็นปกติ

ขั้นตอนการพ่นสีจริงระบบ 2K แบบ 2 ขั้นตอน                                                                                  
      สีจริงระบบ 2K แบบ 2 ขั้นตอนนี้หมายถึง ระบบสีจริงทับหน้าด้วยตัวเคลียร์ 2K
ซึ่งตัวสีจริงยังเป็นสีระบบ 1K แต่จะมีคูณสมบัติที่ดีกว่าสี 1K โดยทั่วไปคือ เนื้อสีเข้มข้น การกลบตัวของสีดี ใช้ทินเนอร์น้อย พ่นง่าย แห้งเร็ว เมื่อสีแห้งตัวฟิล์มสีจะไม่เงาต้องใช้เคลียร์ทับหน้า สีจริงระบบ 2K แบบนี้ สามารถทำได้ทั้ง สีMetallic,สีPearl,สีSollic ซึ่งความเงางามนั้นจะขึ้นอยู่ที่การเลือกเคลียร์ที่ใช้ทับหน้าสี
เคลียร์ 2K ที่ใช้กันอยู่จะมีอัตราส่วนผสมตั้งแต่ 2ต่อ1,3ต่อ1,4ต่อ1,10ต่อ1 ขึ้นอยู่กับ
ลักษณะของงาน ตัวอย่างเช่น 2ต่อ1และ3ต่อ1 จะเหมาะสำหรับงานพ่นทั้งบานและทั้งคันต้องพ่นในห้องพ่นสี เนื่องจากแห้งช้าใช้เวลาในการแห้งผิว 2-4 ชั่วโมง แต่จะให้ความเงางามที่ดีมาก ส่วนอัตราส่วน ผสม 4 ต่อ 1, 10 ต่อ 1 จะเหมาะสำหรับงานซ่อมแผล เนื่องจากแห้งเร็วกว่าแห้งผิวใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เท่านั้น ซึ่งสามารถพ่นโดยไม่ต้องใช้ห้องพ่นสีได้ เคลียร์ 2K แบบนี้ปัจจุบันได้รับความนิยมมากและ ได้มาแทนที่เคลียร์ระบบ 1K ไปแล้ว


  ขั้นตอนการเตรียมงาน
1. ใช้กระดาษทรายนํ้าเบอร์ 1,000 ขัดสีรองพื้น
2. ล้างทำความสะอาดให้ทั่วตัวรถ
3. ใช้ลมเปาไล่ความชื้นออก
4. ติดกระดาษปิดบังส่วนที่ไม่ต้องการพ่นสี
5. ใช้ลมเป่าไล่ฝุ่นละอองให้ทั่ว
6. นำรถเข้าห้องพ่นสี
7. ติดกระดาษปิดบังส่วนที่ไม่ต้องการพ่นสี
8. ทำความสะอาดผิวชิ้นงานด้วยนํ้าเช็ดคราบ
9. ใช้ลมเป่าไล่ฝุ่นละอองให้ทั่ว
10. นำผ้าเหนียว (Tack Cloth) มาลูบเบาๆบนผิวชิ้นงาน เพื่อจับฝุ่น
11. ผสมสีนำมาพ่นโดยให้ปฎิบัติตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตของสีแต่ละยี่ห้อ
12. พ่นสีจริงจำนวน 2 เที่ยว ทิ้งช่วงระหว่างเที่ยว 10-15 นาที แรงดันลมที่ใช้
40-50 ปอนด์ต่อตรางนิ้ว
13. เมื่อพ่นสีเสร็จ ให้ทิ้งช่วงระหว่างสีจริงกับเคลียร์ 15 นาที
14. ให้นำผ้าเหนียว (Tack Cloth) มาลูบเบาๆบนผิวสี เพื่อจับละอองสีที่ติดอยู่
15. ผสมเคลียร์มาพ่นโดยให้ปฎิบัตืตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตเคลียร์แต่ละยี่ห้อ
16. พ่นเคลียร์จำนวน 2 เที่ยว ทิ้งช่วงระหว่างเที่ยว 15 นาที แรงดันลมที่ให้
50-60 ปอนด์ต่อตรางนิ้ว
17. เมื่อพ่นเคลียร์เสร็จ ทิ้งไว้ในห้องพ่นสีเพื่อให้สีแห้งผิว 2-4 ชั่วโมง หรือถ้าต้องการ
อบก็สามารถทำได้ โดยให้ศึกษาจากคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อ
18. การขัดยาเงาตกแต่งให้ทำหลังเคลียร์แห้งตัว 12 ชั่วโมง

ขั้นตอนการพ่นสีจริงระบบ 2K แบบ 3 ขั้นตอน                                                                   
      สีจริง 2K แบบ 3 ขั้นตอนส่วนมากจะใช้ในการพ่นแม่สีมุกทับบนสีจริงในเชดต่างๆ ซึ่งสี
จริงจะมีเชดสีที่ใกล้เคียงกับแม่สีมุข เพื่อให้การแสดงผลของแม่สีมุกออกมาในมุมมองที่เด่นชัดขึ้น
แม่สีมุกสีนิยมนำมาพ่น เช่น มุกขาว มุกนํ้าเงิน มุกม่วง มุกเขียว มุกทอง ส่วนเชดสีจริง
ที่ใช้ ตัวอย่างเช่น สีขาว สีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน สีเหลืองอ่อน (แนะนำควรเลือกเชดสีอ่อนๆ เพราะคุณสมบัติ ของมุกจะมีความโปร่งแสงมาก ถ้าเลือกสีจริงเชดสีเข้มสีมุกจะไม่สามรถกลบสีชั้นล่างได้)


  ขั้นตอนการเตรียมงาน
1. ขัดสีรองพื้นด้วยกระดาษนํ้าเบอร์ 1,000
2. ล้างทำความสะอาดชิ้นงาน
3. ใช้ลมเป่าไล่ความชื้นให้ชิ้นงานแห้ง
4. ทำความสะอาดชิ้นงานด้วยนํ้าเช็ดคราบ
5. ใช้ลมเป่าไล่ฝุ่นละอองบนชิ้นงาน
6. นำผ้าเหนียวมาลูบเบาๆบนผิวชิ้นงาน เพื่อจับฝุ่น
7. นำสีจริงที่เลือกไว้ผสมกับทินเนอร์ตามอัตราส่วนผสมมาพ่นลงบนชิ้นงาน
2 เที่ยว ทิ้งช่วงระหว่างเที่ยว 10 นาที
8. นำแม่สีมุกผสมกับทินเนอร์ตามอัตราส่วนพ่นบนชิ้นงาน 2-3 เที่ยว ทิ้งช่วงระหว่างเที่ยว 10 นาที
9. ทิ้งช่วงระหว่างสีกับเคลียร์ 15 นาที
10. นำผ้าเหนียวมาลูบเบาๆบนผิวชิ้นงาน เพื่อจับละอองสี
12. นำเคลียร์ 2K มาพ่นจำนวน 2 เที่ยว ทิ้งช่วงระหว่างเที่ยว 10-15 นาที

ทำไมรถของคุณควรซ่อมสีด้วยระบบ 2K ตรานกแก้ว (แห้งช้า)

- เพื่อให้รถได้สีที่สวยสด เงางาม คงทนต่อทุกสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ เหมือนกับรถยนต์ที่ออกมาจากโรงงานผลิต
- สีเมทัลลิค มีการจัดเรียงตัวของเม็ดบรอนซ์ได้อย่างสม่ำเสมอเกิดประกายเงางาม
- คงทนต่อทุกสภาวะแวดล้อมเป็นอย่าดีไม่เกิดสีด่างหรือสีซีด
- ทนต่อสารเคมี เช่น ทินเนอร์ หรือนำมันเบรก
- ทนต่อที่ร้อนจัด ชื้น และไอเค็ม โดยไม่มีปัญหาใด ๆ ปรากฏ
- สี 2K ราคาอาจสูงกว่า 1K แต่คุณภาพและความคุ้มค่าต่อรยะเวลาการใช้งานย่อมมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า คราวนี้คุณสงสัยหรือไม่ว่ารถของคุณที่นำเข้ารับบริการซ่อมสีใช้สีพ่นรถยนต์ยี่ห้ออะไร 1K หรือ 2K
?

 

ระบบส
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อชิ้นงาน
ความคงทนของชิ้นงาน

แห้งเร็ว


- สีซีดไม่มีความเงา สีแตกเป็นลายงา

- สีอาจยุบ เป็นรอยต่อของสีและเกิดรอยด่าง

- ไม่ทนต่อทุกสภาวะแวดล้อม

6 เดือนถึง 1 ปี
2K

- ความเงาของสีคงที่และยาวนาน

- สีสวยสด

- คงทนต่อทุกสภาวะแวดล้อมเป็นอย่างดี

มากกว่า 3 ปีขึ้นไป

ข้อสังเกตุ ในขั้นตอนของการโป๊วสีนั้น หากท่านพบสีโป๊วที่เป็นสีแดง นั้นหมายถึงคุณภาพของกระบวนการทำงานที่ต่ำกว่ามารตฐาน เพราะสีโป๊วแดงนั้นมีคุณภาพต่ำ ชิ้นงานที่ผ่านการโป๊วแดงนั้นจะแห้งกรอบ และอาจเกิดรอยแตกภายหลังจากการทำสีได้ง่าย

                   " อย่าพลาดโอกาสในการเลือกรับสิ่งดี ๆ ให้กับรถคันโปรดของคุณ "